วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เดือนแห่งความเหน็ดเหนื่อย




ปลายเดือนสิงหาคมนี้ไปจนถึง 23 กันยายน
จะเป็นเดือนที่แทบจะเหน็ดเหนื่อยสำหรับเรา
เหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน
เหน็ดเหนื่อยกับการอบรม
เหน็ดเหนื่อยกับการปรับตัว
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบนความเหน็ดเหนื่อยก็มีความฝันรอเราอยู่ตรงปลายทาง

จันทร์ - ศุกร์ 8.30-17.30 น. ทำงานออฟฟิศ
พุธ - พฤหัสฯ 16.30-21.00 น. อบรมผู้ประกาศข่าวช่อง 7
เสาร์ 9.00-16.00 น. อบรมผู้ประกาศข่าวช่อง 7
อาทิตย์ 18.00-19.00 น. จัดรายการ"ทางสู่ฝัน" TCC

แค่นี้ก็แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน
เหลือเวลาช่วงเช้าวันอาทิตย์ถึงบ่ายได้นอนเต็มที่หน่อย
ส่วนวันธรรมดาคงนอนเร็วขึ้น ไม่งั้นคงเป็นหมีแพนด้าไม่หายซักที เฮ้ออทำไงดี
โชคดีที่สัญญาตอนอบรมกับช่อง 7 เค้าไม่ห้ามการทำงานพิธีกร
ห้ามแค่การไปอ่านข่าวในช่องต่าง ๆ
ไม่งั้นรายได้หดหายไปแน่ ๆ
ต่อแต่นี้ไปจะขยันฝึกซ้อม ๆๆๆๆๆ จะทำให้ดีที่สุด
10 คนสุดท้ายจะเป็นใครก็ตาม เราจะทำเต็มความสามารถแล้วกัน

คืนนี้ไปจัดรายการ "จับกระแสพระ" อีกคืนเดียว
เพราะอาทิตย์หน้าติดอบรมแล้ว
จะหาใครไปแทนดีนะ คงต้องคิดดูอีกที
เพื่อนที่เคยเบี้ยวงานตอนเดือนก่อน เพิ่งจะโทรมาขอโทษเอาเมื่อวันก่อน
อืม...คิด ๆ ดูแล้วก็นานาจิตตัง ขอโทษช้าไปไหม แต่ก็ยังดีกว่าไม่ขอโทษใช่ไหม
แต่ข้ออ้างที่บอกว่าจำวันเวลาผิดนั้น
ฟังดูไม่ขึ้นเลย แล้วทำไมถึงไม่รีบโทรมาขอโทษแต่แรก
ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเป็นเดือนสองเดือน
ช่างเถอะ ก็คงจะไม่ได้งานจากเราอีกแล้วหล่ะ


จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้...






วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ความรักที่มากกว่าความรักครับ

เดือนสิงหาคม...
เป็นเดือนที่มีความสำคัญกับเราหลาย ๆ อย่าง
มีสิ่งที่ทำให้ต้องจดจำและระลึกอยู่เสมอ ๆ ในเดือนนี้
ทั้งความทรงจำที่แสนเจ็บปวด เศร้าใจและทรมาน
ทั้งความทรงจำที่มีแต่ความสุข หัวใจพองโต และยิ้มบนมุมปากทุกครั้งที่นึกถึง
หรือวันเกิดของใครหลาย ๆ คนในเดือนนี้
แปลก..แต่ก็คิดว่านี่อาจเป็นเรื่องของพรหมลิขิต

เดือนสิงหาคม...
เราคิดถึงแม่
อยากกอดแม่จัง
จำได้ว่า ทุกปีของวันแม่ ตอนเช้าตรู่แม่จะโทรหาก่อนทุกครั้ง
งัวเงียมารับโทรศัพท์ เพราะเป็นวันหยุด เสียงใส ๆ ของแม่จะถามว่า
"ตื่นนอนหรือยัง ทานข้าวเช้าหรือยัง
วันนี้วันแม่นะ แม่รักลูกมาก โชคดีนะลูก"
เป็นเรื่องที่แปลกไหมหล่ะ
วันแม่แต่แม่โทรมาบอกรักลูกก่อนทุกที และเป็นอย่างนี้ทุกปี
ไม่แม้กระทั่งพ่อเองก็เถอะ วันพ่อ พ่อก็โทรมาบอกรักก่อนทุกครั้ง
อืม...ครอบครัวนี้อาจดูแปลก ๆ แต่ก็ทำให้เรายิ้มได้ทุกครั้งไปที่นึกถึง

แม่เป็นคนที่อารมณ์ดีและสร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลา
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของแม่ คงหนีไม่พ้นเสียงหัวเราะที่ดังสุด ๆ
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คอยฟังเสียงหัวเราะของแม่เถอะ ตามหาตัวได้ง่ายที่สุด

แม่เป็นคนเก่งที่สุดในสายตาเรา
เป็นทั้ง อสม. ประธานกลุ่มแม่บ้าน เป็น อบต.
แม่จบแค่ ป.4 แต่อ่านออกเขียนได้
จดหมายที่แม่เขียนติดต่อกันตั้งแต่เรียนปี 1 จนจบปี 4
ทุกวันนี้ยังเก็บไว้อยู่เหมือนเดิม
หยิบขึ้นมาอ่านทีไร รู้สึกได้ถึงความห่วงใย และความรักที่แม่มอบให้
จนถึงวันนี้ แม่(โดนบังคับ)เรียนจบ ม. 6 แล้ว แต่แม่ก็บอกอยู่เสมอว่า
"แม่ยังท่อง A-Z ไม่ได้เลย 555"

ความน่ารักของแม่ยังมีอีกเยอะ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถไฟฟ้าที่แม่ถามว่า
"ต้องเสียบปลั๊กหรือเปล่าลูก รถถึงจะวิ่ง
แล้วถ้ามีคนถอดปลั๊กรถก็หยุดน่ะสิ"
แต่แล้วแม่ก็ได้นั่งรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดินไปแล้ว
คงหายสงสัยเรื่องปลั๊กไฟแล้วมั้งตอนนี้
แม่เคยถามว่า
"ฟิตเนสที่ลูกไปเป็นนี่ คือที่ที่ใส่กางเกงในตัวเดียวหรือเปล่า"
555 แม่ครับ ไม่ใช่ห้องสตีมนะค้าบบบ

แม่เคยรีบจะเข้าไปซื้อยกทรงในห้าง
แล้วบอกกับเราว่าคราวนี้ไม่ต้องซื้อให้แล้วนะ
เพราะทั้งวันซื้อให้แม่ตลอด แม่เห็นป้าย 30-70
นึกว่าเป็นราคาขาย แต่ที่ไหนได้เป็น ลดราคา 30-70%
ราคาตัวละตั้งหลายร้อยบาท สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อรีบเดินหนีไปขำไป

แม่ยังมีเรื่องให้ขำอีกเยอะ
เล่าสามวันแปดวันก็ไม่จบ
แม่เคยมีเรื่องเสียใจ...
แม่เคยมีเรื่องทุกข์ใจ...
และทุกปัญหาของแม่ เราเคยนั่งคุยกันด้วยน้ำตากันมาแล้ว
เรากับแม่ก้าวผ่านปัญหาหลายอย่าง
แต่เราเชื่อว่า ณ วันนี้ คงไม่มีปัญหาอะไรที่หนักหนาเท่ากับเรื่องที่ผ่านมาแล้ว

สำหรับเรา
จะทำความฝันของเราให้สำเร็จ
ถึงแม้ว่าวันนี้จะยังก้าวไปถึงจุดนั้นไม่ได้ก็ตาม
แต่เราเชื่อว่า...ยังมีแม่ที่คอยอยู่เคียงข้าง
คอยเป็นกำลังใจ คอยปลอบใจ และบอกให้เราเข้มแข็งพร้อมที่จะต่อสู้เสมอ

เดือนสิงหาคม
เดือนที่คิดถึงแม่ และคิดถึงมากขึ้นทุกวัน
แม่มักจะโทรหาตอนเย็น ๆ แล้วบอกว่าทำไมวันนี้ไม่เห็นโทรหา งานยุ่งเหรอลูก เป็นห่วงลูกนะ
ทุกครั้งที่เราไม่ได้โทรหาแม่มักจะพูดแบบนี้เสมอ

เดือนนี้อาจจะทำให้คิดถึงแม่มากเป็นพิเศษ
แต่สำหรับเรา
ยกให้ทุกวันเป็นวันแม่ อยากบอกรักแม่ทุกวัน
วันแม่ปีนี้
อย่าลืมบอกรักแม่นะครับ



วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ความน่าจะเป็นของคนสองคน

ไม่มีคำว่าผิด ไม่มีคำว่าถูก ในทฤษฎีนี้
อาจมีคนเห็นด้วย หรืออาจมีคนเห็นต่าง
อาจมีคนชอบ และอาจมีคนไม่ชอบ

เคยรู้จักทฤษฎีนี้กันไหม
"ทฤษฎีวงกลม"
ไปดูหนังเรื่อง "หนีตาม กาลิเลโอ" มาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ในหนังพูดถึงวงกลมสองวง เมื่อเราเขียนวงกลมสองวงทับกัน
จะทำให้เกิดพื้นที่ตรงกลางระหว่างวงกลมสองวง
อาจเป็นพื้นที่เล็ก ๆ
หรืออาจเป็นพื้นที่ใหญ่ แล้วแต่ใครจะวาด
เชือไหมว่า ...พื้นที่ที่เกิดขึ้นนั้น มีความสำคัญมากมาย
ฝ่ายชายบอกผู้หญิงว่า ตอนนี้ผู้หญิงล้ำเส้นเข้ามาตรงกลางมากเกินไป
ทำให้เค้าอึดอัด...
ผู้หญิงเลยบอกว่า ถ้าอึดอัดมาก เราเลิกกันไหม...
เป็นคำถามที่เจ็บปวดใจจัง
และเราก็เลยจำ scene นั้นได้ติดตา
และเกิดคำถามมากมายในหัว

คนเราจะมี space ในการคบกันมากน้อยเพียงใด ?
จะเปิดกว้างให้อีกคนล้ำเส้นเข้ามาเรียนรู้ ?
หรือจะปิดตายไม่ให้อีกฝ่ายรุกล้ำ ?
หรือแค่แง้ม ๆ ให้อีกคนมองเห็นแต่จับต้องไม่ได้ ?

สำหรับเรา
เราจะเขียนวงกลมสองวงให้ทับกัน
โดยให้พื้นที่ระหว่างเราสองคน
วงกลมระหว่างกลาง...
มีขนาดเท่ากับพื้นที่ของเราและอีกคน
อย่างน้อย ก็ไม่ต้องอึดอึดว่าอีกฝ่ายล้ำเส้นเข้ามา
เพราะยังไงเราก็แบ่งสัดส่วนให้มันเท่ากันอยู่แล้ว
ทฤษฎีวงกลม
จะเป็นอะไรได้อีก สำหรับคนสองคน

เคยคิดเล่นอยู่บ่อย ๆ ว่า
การที่คนสองคน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
จนกระทั่งถึงบั้นปลายของชีวิต
เค้าแบ่งสัดส่วนของวงกลมสองวงเป็นยังไง
เคยอึดอัดไหม ที่ถ้าใครบางคนล้ำเส้นเข้ามา
เคยรู้สึกอยากถอยห่าง หรือหนีไปไกล ๆ ไหม
เวลาที่รู้สึกว่า ความเป็นส่วนตัว โดนคนอีกคนมาแย่งพื้นที่

ถ้าเคยรู้สึก...
ทำยังไงที่สามารถอยู่ด้วยกันได้ โดยไม่ต้องเลิกกัน


ทฤษฎีวงกลมยังเป็นอะไรได้อีกเยอะ
แล้วคุณหล่ะ คิดว่า ทฤษฎีวงกลม สำหรับคนสองคน
ความน่าจะเป็น และความเป็นจริง คืออะไร????
....



วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันศุกร์ มีเรื่องอะไรให้สุขใจบ้างไหม



นั่งมองหน้าตัวเองในกระจก สิวขึ้น ขอบตาคล้ำ
เฮ่อ ผลจากการนอนดึกมาหลายคืนติดต่อกัน
นั่งมองดูปากห้อย ๆ จมูกบาน ๆ ขี้แมงวันเยอะ ๆ
เฮ่อ ถอนหายใจ..คงได้แต่ทำใจและทำใจ ก็ดูดีได้แค่นี้
จงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีใช่ไหม
แต่ถ้าอยากหล่อและดูดีกว่านี้อีกนิด จะถือว่าโลภมากหรือเปล่า

พรุ่งนี้ไปถ่ายสปอตโฆษณารายการใหม่
จัดรายการที่ช่อง TCC ทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.00-19.00 น.
รายการสด เป็นรายการเกี่ยวกับเครื่องสำอางค์ ชื่อรายการ "ทางสู่ฝัน"
อืม..สิวขึ้นแฮะ ชักไม่มั่นใจ จะรอดไหมเนี่ย 555

ช่วงนี้งานเยอะอย่างมาก
เริ่มต้นประชุมสรุปงานแต่วัน แล้วก็สรุปงาน ๆ
วนเวียนอยู่อย่างนี้เป็นวัฎจักรชีวิต
จะบอกว่าเป็นวงเวียนชีวิตก็ดูจะรันทดเหมือนรายการทีวีไปหน่อย
แต่คิดไปคิดมา ชีวิตจริงตอนนี้ก็คงรัดทดไม่แพ้กัน

โปสการ์ดใบแรก
ด้านหลังเขียนไว้ด้วยลายมือน่ารัก ๆ
แทบไม่น่าเชื่อว่าเจ้าของจะลายมือน่ารักได้ขนาดนี้
โปสการ์ดใบแรก
ที่ไม่ต้องส่งผ่านไปรษณีย์ แต่ก็ถึงมือผู้รับ
โปสการ์ดใบแรก
ที่แฝงความรู้สึกไว้หลายอย่าง

นั่งทำงานจนถึงเย็น นึกขึ้นได้ว่าวันนี้วันศุกร์ มีเรื่องอะไรให้สุขใจบ้างไหม
อืม...รอยยิ้มของใครซักคนที่ได้พบ
รอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกดี
นั่นแหละ..เพียงพอละ สำหรับวันศุกร์วันนี้
สุขใจที่ได้เห็นรอยยิ้ม และลายมือบนโปสการ์ดใบนั้น

กลับไปนอนดีกว่า รีบนอนแต่หัวค่ำ เผื่อพรุ่งนี้ สิวและขอบตาคล้ำจะได้หายไป

.....

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สิ่งที่ได้...จากความคาดหวัง

ทุกวันนี้ จากการทำงานทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง
การทำงานร่วมกับคนหมู่มาก ทำให้รู้ว่า
การต้องปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างไร
จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย บางทีการเป็นตัวของตัวเองซะแต่ทีแรก
ก็อาจดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับเรา
การทำงานร่วมกับคนหมู่มาก ทำให้รู้ว่า
การทำงานที่เป็นทีมเวิร์คเป็นยังไง
คงจะเหน็ดเหนื่อย และแทบต้องกลับไปนอนหลับเป็นตาย
หรืออาจบอกกับตัวเองทุกวันว่าทำงานแบบเหนื่อยแสนสาหัสแค่ไหน
ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมงาน
การทำงานกับคนหมู่มาก ทำให้รู้ว่า
บางที รอยหยักในสมองของเรา ทำไมมันดูจะน้อยกว่าคนอื่น ๆ เขานะ
ความคิดมาช้ากว่าคนอื่นหนึ่งก้าวเสมอ และบางทีก็คิดว่า ความคิดดี ๆ
มันไปหลบอยู่สมองซีกไหนกันแน่
การทำงานกับคนหมู่มาก ทำให้รู้ว่า
คนเรามีความสามารถต่างกัน เพราะฉะนั้นจงภูมิใจได้เลยว่า
เราก็มีส่วนที่เราเก่ง และส่วนที่เราเก่งนั้น คนอื่นอาจทำได้ดีไม่เท่ากับเรา
การทำงานกับคนหมู่มาก ทำให้รู้ว่า
มีคนแบบนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วยเหรอ การยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกัน
ดูจะเป็นการยากเหลือเกิน
และนั่นทำให้รู้ว่า การยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสุด
ดีกว่ามานั่งคาดหวังว่า จะมีใครยื่นมือมาช่วยเหลือให้งานนั้นผ่านไปได้

ความคาดหวัง....
ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ต้องมีอยู่ในตัวเอง
พ่อแม่ ก็คาดหวังว่า ลูกจะมีอนาคตที่ดี ทำงานในบริษัทที่ได้เงินเดือนเยอะ ๆ
พนักงานออฟฟิศ ก็คาดหวังว่า สิ้นปีจะมีโบนัสซักก้อน เงินเดือนขึ้นซัก 5 เปอร์เซ็นต์
เจ้าของบริษัท ก็คาดหวังว่า ปีนี้ผลประกอบจะพอมีกำไรในจุดที่คุ้มทุน
ไม่ต้องจ้างพนักงานออก

ความคาดหวังของคนเรามีหลายแบบ
สำหรับเราแล้ว
คาดหวังว่า จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก งานพิธีกร งานผู้ประกาศข่าว
คาดหวังว่า จะมีอีเว้นท์ข้างนอกมาให้ทำเรื่อย ๆ เหนื่อยแค่ไหนก็ยอม
คาดหวังว่า พ่อกับแม่จะสบายไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยทำงานอยู่ทุกวันนี้
คาดหวังว่า จะมีเงินเก็บ และทำในสิ่งที่อยากทำ ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป
คาดหวังว่า จะพบกับสิ่งดี ๆ ในเรื่องความรัก
คาดหวังว่า ซักวันจะมีพรหมลิขิต ที่ทำให้ไม่ต้องเดินอยู่เดียวดาย
ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านเหมือนทุกวันนี้
ความคาดหวัง ที่ใคร ๆ ก็มี และสำหรับเรา ความคาดหวังมีมากกว่านี้
บางทีก็เป็นความคาดหวังที่ดูเลื่อนลอย ไร้สาระ

แต่ก็ไม่รู้สิ ไร้สาระยังไง เราก็คิดว่า...
ยังดีกว่าคนที่ไม่มีความหวังอะไรเลยในชีวิต :)



วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

นิสัยที่แก้ได้ยาก

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ที่ตัวเราจะเลิกเป็นคนคิดมากได้ซะที
ไอ้การคิดโน่นคิดนี่ คิดแบบสร้างสรรค์มันคงเป็นเรื่องดีไม่น้อย
แต่การคิดมาก ที่ทำให้ใจเป็นทุกข์ และทำให้เราต้องรู้สึกแย่ ๆ
ทำยังไงจะให้หายได้นะ
เคยพูดกับตัวเองเสมอว่า อย่าได้คิดมาก ทำวันนี้ให้ดีที่สุด...
แต่มันก็เหมือนแค่ลมที่พัดผ่าน เข้าหูซ้ายออกหูขวา จดจำได้เพียงชั่วครู่
แล้วก็ลืม นิสัยเหมือนปลาทองยังไงยังงั้น 555

ถ้าลดเรื่องการคิดมากลงได้ ชีวิตเราคงน่ารื่นรมย์ไม่น้อย
สิ่งที่เรียนรู้ได้จากวันนี้ก็คือ
ถ้าอยากรู้ก็ควรจะถามใช่ไหม การคิดมากเกินไปไม่อาจทำให้อะไรดีขึ้น
คำตอบที่ได้รับ ทำให้เราต้องหันกลับมามองตัวเอง เราโตขึ้น หรือเราเด็กลง
หรือบางที เราคาดหวังกับบางเรื่องมากเกินไปไหม
กับบางสิ่งมันอาจต้องใช้เวลามากกว่านี้หรือไม่ ...
เห็นไหม คิดมากอีกแล้ว ...

เอาเถอะ ตอนนี้ มีความสุขกับรอยยิ้มที่ได้รับก็คงเพียงพอแล้ว

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

โอ๊ย โอ๊ย ความรู้สึกดีที่ไม่เคยพบ

ตั้งแต่วันที่ฉันได้คุยเพียงครู่สองคนกับเธอครั้งก่อน
กลับมานอนครวญครางละเมอ คอยพร่ำหาเธอเหมือนจะอ้อนวอน
เกิดอะไรขึ้นมาล่ะเออ มันอยากรู้นัก...เปลี่ยนฉันไปจากเดิม...โอ๊ย

จะเป็นเพียงแววตาของเธอทั้งคู่ฉายมาสะกดรึเปล่า
อาจเป็นดาวดวงใดใช้เธอมาหลอกเล่นกล เป็นไปไม่ได้
ออกจะงง คงเป็นเพราะเธอทำสับสน
โอ๊ย...เดี๋ยวอยากรัก เดี๋ยวอยากลืม
โอ๊ย...โอ๊ย...ทุกสิ่งเปลี่ยนไปเพราะเธอ

**เธอทำให้ฉันรักเธอก่อน ไม่อาจถอน
หัวใจมันคอยแอบ แอบมองแบบซึ้ง ซึ้งเ
ธอทำให้ฉันหลงใจอ่อน นอนกอดหมอน..ทุกคืน

จะทนได้นานซักเท่าไร หากคิดถึง โอ๊ย โอย...


อยากจะกินกลืนเธอทั้งตัว ไม่อยากเหลือไว้ให้ใครได้กลิ่น
อยากได้ยินเพียงเสียงของเธอ เพรียกบอกรักเพ้อถึงฉันผู้เดียว
กดอารมณ์ทนไปไม่ไหว ใจมันหวิวหวาม ไม่เจอคงขาดใจ โอ๊ย...โอ๊ย...

โอ่ย โอ๊ย ...คิดถึงจัง..เธอ

เคยไหมที่ฟังเพลง ๆ นึงแล้วจะรู้สึกดีได้ขนาดนี้
การคิดถึงใครสักคนเป็นเรื่องที่มีทั้งความสุขและทรมานไปในตัว
ขอมอบเพลงนี้ให้กับคนบางคน
คนที่ทำให้ยิ้มได้ คนที่ทำให้โลกทั้งใบเป็นสีชมพู
คนที่ทำให้ชีวิตที่ก้าวไปอย่างโดดเดี่ยว กลับกลายเป็นความอบอุ่นใจ

แต่ไม่ว่ายังไง ความรู้สึกดีก็ต้องใช้เวลา
นานแค่ไหนก็จะรอ
โอ๊ย โอ๊ย ...อยากเห็นหน้าจังเลย